ดอกไม้สีขาว

posted on 03 Jan 2012 07:54 by regency

ดอกไม้งามสีขาวพราวในแสง

ยืนหยัดคู่แมลงแห่งสีสัน

กลีบดอกออกใบในคืนวัน

จากเมล็ดพันธุ์ผลิใบในโลกา

จากไม้น้อยค่อยกลายเป็นไม้ใหญ่

จากแววตาที่สวยใสไร้เดียงสา

ผ่านคุณครูผู้ประสิทธิ์คิดวิชา

ผ่านการขีดเขียนเรียนตำราชีวิตจริง

ดอกไม้งามเจ้าเอยเคยหัดกล่อม

แห่งสังคมรายล้อมสรรพสิ่ง

สังคมลมฤดูรู้ความจริง

ให้ยืนหยัดเพริดพริ้งสิ่งสวยงาม

เฒ่าหงส์

posted on 02 Nov 2010 13:15 by regency


หลายคนในหมู่บ้านบอกว่าเฒ่าหงส์เสียสติ

                ผมก็ได้ยินเช่นนั้น เฒ่าหงส์ หรือที่ทุกคนรู้จักในนาม “หอมหัวใหญ่”

เหตุที่ชาวบ้านขนานนามแกอย่างนั้นเพราะเป็นคนหัวล้าน
ในยามที่แสงกระทบศีรษะจะเห็นความมันวาวเหมือนทาน้ำมันมะกอก

                เฒ่าหงส์เป็นตำรวจ แต่หน้าที่ของแกไม่ใช่การวิ่งจับผู้ร้าย

หรือนั่งทำงานอยู่บนสถานี เฒ่าหงส์มีหน้าที่เป็นคนรดน้ำต้นไม้ในบ้านสารวัตร
เช้ามาก็ขับรถไปรดน้ำต้นไม้ ตกเย็นก็ทำเช่นเดิม
อีกหน้าที่หนึ่งของแกก็คือเฝ้าบ้านในยามที่สารวัตรไปราชการต่างจังหวัด
ตำรวจที่มียศชั้นสัญญาบัติเหมือนกันเป็นต้องอิจฉา เฒ่าหงส์มีความดีความชอบ
กับเจ้านาย เมื่อครั้งที่สารวัตรเข้ามารับตำแหน่งใหม่
ถูกคนลอบมาสังหารเหตุเพราะไปสั่งปิดโต๊ะพนันบอลของผู้มีอิทธิพล
ครั้งนั้นเฒ่าหงส์ยืนบังวิถีกระสุนจนตัวเองถูกยิงเข้าที่หัวใหล่ซ้ายแต่
โชคดีที่ไม่ถูกจุดอันตราย

                ทุกเช้าภายหลังที่เฒ่าหงส์เสร็จจากงานที่บ้านสารวัตร

เป็นต้องแวะนั่งร้านลาบยายตุ้มเป็นประจำ เหล้าขาวป๋องเล็กก้อยเลือด
เป็นสิ่งที่เฒ่าหงส์ต้องได้ลิ้มรส เมื่อมีดีกรีเฒ่าหงส์มักพูดถึงลูกชายเสมอ

                ลูกชายเฒ่าหงส์ชื่อเอก เป็นเด็กหนุ่มที่เติบโตมาพร้อมผม

เอกเป็นคนพูดมาก เด็กหนุ่มในหมู่บ้านเรียกเขาว่า “ไอ้โม้”
เพราะเขาเคยบอกว่ารถซีของเขาสามารถเร่งความเร็วได้ถึงร้อยหกสิบ

                วันที่เกิดเหตุ ผมอยู่ในสวนกล้วยไม้กำลังเพลินกับการชม

ความงามของมัน
เฒ่าหงส์ขับรถเข้ามาในบ้านร้องตะโกนโหวกเหวก

                “ยาย ยาย ยาย” เฒ่าหงส์มักเรียกแม่ผมติดปากว่าอย่างนั้น

“ลูกผมฆ่าตัวตาย” ผมทิ้งบัวรดน้ำ ตั้งสติ
พลันนึกในใจว่าไอ้เอกจะทำแบบนั้นเพื่ออะไร

                ผมรีบขับรถบึ่งหน้าไปที่โรงพยาบาล แม่กับน้าของเอกนั่งร่ำไห้

อยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ไม่นานเฒ่าหงส์เดินตามมา เนื้อตัวเต็มไปด้วยครบเลือด
 สีหน้าเฒ่าหงส์บ่งบอกถึงความสูญสลายของสถาบันครอบครัวอย่างเด่นชัด

                “ลูกผมเป็นอย่างไรบ้างครับหมอ” เฒ่าหงส์รีบเค้นเอาคำตอบ

หลังจากที่หมอเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน

                “โอกาสรอดมี” หมอพูด แม่กับน้ายังร่ำไห้ไม่หยุด “แต่รอดแล้ว

เขาจะเป็นเจ้าชายนิทรา”

                “หากลูกชายฟื้นขึ้นมาถึงแม้ว่าจะเป็นเจ้าชายนิทราฉันก็ยินดี

” แม่เอกพูด “ฉันยังอยากให้เขามีลมหายใจ ให้ฉันเห็นหน้าเขาทุกวัน
 ได้พูดกับเขาทุกวันถึงแม้นว่าจะไม่ได้ยินสิ่งที่ฉันพูดก็ตาม”

                “แต่ถ้าเขาไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้แล้วก็ให้เขาไปเสียเถอะ

ผมไม่อยากทนเห็นลูกนอนทรมาน” เฒ่าหงส์พูดปลอบใจภรรยา

                “เอาเป็นว่าผมจะทำหน้าที่ของผมอย่างเต็มที่นะครับ” หมอพูด

               

                ผมกับเอกเรียนหนังสือมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก

เพิ่งมาแยกกันตอนที่เรียนจบมัธยมปลาย เราสนิทกันมาก
เอกฝันว่าอยากเป็นนายธนาคารเขาจึงตัดสินใจเรียนสาขาการบัญชี
เอกมักโทรศัพท์มาปรึกษาเรื่องต่างๆกับผมเสมอ ส่วนใหญ่ก็ไม่มีเรื่องเลวร้าย
 เอกไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ เป็นเด็กเรียนดีมาตั้งแต่เด็ก
มีพักหนึ่งที่เอกพูดถึงเพื่อนหญิงให้ผมฟังอย่างไม่รู้จักเบื่อ

บรรยากาศหน้าห้องฉุกเฉินยังตรึงเครียด สองชั่วโมงกว่าแล้วที่หมอยังไม่ออกมา

เฒ่าหงส์มีสีหน้าเคร่งขรึมยังไม่มีน้ำตาให้เห็นซึ่งต่างจากผู้เป็นมารดานักที่ร้องไห้
อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ผมยังไม่อยากซักถามอะไร ได้แต่เก็บงำความรู้สึกไว้เพียงลำพัง

 “เสียใจด้วยนะครับ” คงเป็นคำพูดที่ทุกคนไม่อยากให้ผ่านเข้ามาในโสตปราสาท

 หมอพูดเพียงเท่านี้แล้วเดินจากไป

เพื่อนที่เรียนหนังสืออยู่ต่างจังหวัดที่ทราบข่าวต่างรีบกลับมา

ทุกคนต่างคาดคั้นว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเอกถึงทำอย่างนั้น
ผมไม่สามารถอรรถาธิบายให้ใครฟังได้

เทศกาลออกพรรษาปีนี้ผมได้ทำบุญครั้งใหญ่ ผมตัดสินใจบวชหน้าไฟ

เสียงเพลงธรณีกรรแสงแว่วมายังโสตประสาท เสียงร่ำไห้ของผู้คนที่แสดงความอาลัย
เป็นครั้งสุดท้าย ผมเพ่งพินิจดูรูปที่อยู่หน้าโลงศพ นี่มันไม่ใช่ไอ้เอก ผมสบถในใจ ในรูปเอกทำไมช่างหล่อเหลาปานนี้ ทำไมนะถึงได้หลอกคนตาย นี่ไม่ใช่รูปของเอก รูปที่อยู่หน้าโลงศพ ไมใช่รูปของเพื่อนผม ผมตั้งสติ ผมกำลังคิดว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในโลกแห่งความฝัน

ภาพของไอ้เอกมันผุดขึ้นมาทั่วดวงหน้าของผม รูปชายหนุ่มที่มีแผลเป็นครึ่งหน้า รูปชายหนุ่มที่มีใบหน้าอุบาทว์ ไม่มีสตรีคนใหนหมายปอง มันช่างต่างกันเยี่ยงนักกับรูปภาพที่ผมเห็นอยู่หน้าโลงศพ เมื่อครั้งที่เรียนอยู่มัธยมต้น เอกเคยเกิดอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ล้มหน้าไถลไปกับพื้นถนนจนมีแผลเป็นครึ่งหน้า เฒ่าหงส์เคยพาเอกไปศัลยกรรมหมดเงินหลายแสนแต่ก็ไม่หาย

เอกคงจากไปอย่างสงบผมเชื่ออย่างนั้น

ปริศนาการฆ่าตัวตายของเอกยังไม่มีใครรับรู้ เฒ่าหงส์กลายเป็นคนเสียสติ แก้มักบ่นเพ้อพร่ำถึงลูกชาย ทุกครั้งที่แกเห็นชายหนุ่มในหมู่บ้านแกจะเรียกว่าลูก เหล้าขาวป๋องเล็กแกยกเพียงสองครั้ง พอกลับบ้านก็ตบตีเมียเยี่ยงกระสอบทราย

ที่ร้านลาบของยายตุ้มจะพบเห็นเฒ่าหงส์ ที่โต๊ะตัวเดิม ก้อยดิบ เหล้าขาวป๋องเล็ก แกจะพูดประโยคเดิมซ้ำๆ “เป็นเพราะพ่อเอง พ่อเก็บปืนไว้ไม่เป็นที่”

 

 

รอยยิ้มของพ่อ

posted on 06 May 2010 16:41 by regency

 

 

ฤดูกาลเก็บเกี่ยวใกล้มาถึงต้นข้าวที่เด่นตระหง่านอยู่กลางท้องทุ่งพร้อมจะถูกเคียวของชาวนา

ตัดออกจากรวง เสียงจิ้งหรีดกรีดปีกเรไรดังมาจากป่าไผ่ด้านตะวันออก

                ปีนี้รู้สึกว่าได้ข้าวไม่ถึงร้อยสอบ พ่อเอ่ยขึ้นในระหว่างอาหารมื้อเย็น

ฉันและแม่มองตากันสักพัก สายตาทั้งคู่บ่งบอกถึงความหม่นหมอง

ปีนนี้ฝนแล้งกว่าทุกปี นาที่เคยทำได้กว่า แปดไร่ ปีนี้ทำได้เพียงห้าไร่และยังต้องไปเช่า

เครื่องสูบน้ำ พ่อใหญ่สีสูบน้ำขึ้นมาจากคลองชลประทานหมดค่าเช่า ค่าน้ำมันไม่น้อย

พ่อพูดพลันถอนหายใจ

ปีหน้าไอ้เทิดมันต้องไปเรียนที่กรุงเทพ แล้วนะพ่อ ครูใหญ่บอกว่ามันเป็นเด็กเรียนเก่ง

น่าส่งเสริม ให้มันได้เรียนต่อ ทั้งหมู่บ้านมีมันคนเดียวที่สอบติดมหาวิทยาลัย

แม่พูดน้ำเสียงสั่นเครือ

                เออ จริงสินะ ลูกเรามันจะจบ ม.6 แล้วนี่ สงสัยฉันคงตากแดดตากฝนมากเกินไปจนเลอะเลือน

พ่อกล่าวพร้อมทำหน้าฉงน

                มื้อเย็นมีแกงส้มดอกแค ปลาร้า นึ่งปลาช่อนที่พ่อจับได้ที่ทุ่งนาทั้งหมดเป็นฝีมือแม่

ในเรื่องการทำอาหารทุกคนต่างก็รู้ดีในเสน่ห์ปลายจวัก เวลามีงานบุญประจำหมู่บ้านทุกคน

ต่างยกให้แม่เป็นหัวหน้าแม่ครัว

ฉันอิ่มจากอาหารมื้อนี้เร็วกว่าปกติ จานข้าวในมือยังเหลืออีกครึ่งจาน ฉันเดินเอาไปเก็บไว้ในครัว

ฉันไปนอนก่อนนะ

            แสงจันทร์เล็ดลอดผ่านทางหน้าต่างที่เป็นรูเล็กๆ ฉันพยายามข่มตาหลับแต่ก็หลับไม่ลง

ฉันยังคงนึกถึงคำพูดพ่อในตอนเย็นท่านคงลำบากใจไม่น้อยในเรื่องค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียน

อีกไม่กี่เดือนฉันคงต้องสวมชุดนักศึกษามหาวิทยาลัย แต่ตอนนี้ความกระตือรือร้นลดน้อยลง

หากพ่อไม่มีเงินส่งให้เรียนต่อ คงต้องหยุดไว้ที่ ม.6

                ดึกสงัดฉันพยายามข่มตาหลับตานอน แต่ก็ไม่เป็นผล ในห้องมีไม้อัดแผ่นเล็กๆ

กันระหว่างห้องของพ่อกับฉัน ในค่ำคืนแห่งราตรีกาลฉันแอบได้ยินเสียงพ่อและแม่สนทนากัน

                ฉันอยากให้ไอ้เทิดมันเรียนต่อนะพ่อ

            ใครจะไม่อยากให้มันเรียนต่อเล่าพ่อพูด

                ไปอยู่กรุงเทพ ค่าใช้จ่ายมันคงมากโขอยู่พ่อย้ำ

                น่าสงสารลูกเรามันนะพ่อ มันสอบได้แล้ว แต่ถ้ามันไม่ได้เรียนมันคงเสียใจไม่น้อย

           

ในระหว่างที่พ่อแม่สนทนากันฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ และพยายามข่มตาหลับอีกครั้ง

ฉันตื่นรับรุ่งอรุณของเช้าวันใหม่พร้อมดวงอาทิตย์ลูกกลมโตที่พร้อมให้ความอบอุ่น

กับโลกมนุษย์ ฉันชำเลืองดูนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังห้อง เมื่อคืนไม่รู้ว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่

วันนี้ตรงกับวันหยุด เป็นวันที่ฉันต้องไปช่วยพ่อแม่เกี่ยวข้าว ยายสี น้าบัว น้าต้อม พี่ชัย พี่ปุ่น

 และพี่กบ เพื่อนบ้านคงไปรอที่เถียงนาเพื่อลงแขกเกี่ยวข้าวในวันนี้

ฉันขี่รถจักรยานคันเก่า ฉันจำได้ว่าแม่ซื้อให้ตั้งแต่เรียนอยู่ ป.4 นับอายุตอนนี้ก็ราวสิบปี

จักรยานสองล้อค่อยๆเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยแรงถีบผ่านถนนลูกรังแคบๆ

ข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งนาเขียวขจีที่เกิดหยาดเหงื่อแรงใจของชาวนาผู้เป็นกระดูกสันหลังของชาติ

มองดูแล้วรู้สึกสบายใจเป็นที่สุด

ฉันมาถึงคนสุดท้าย ทุกคนต่างกำเคียวไว้ เสื้อแขนยาว กางเกงขายาวเก่าๆ

ผ่านแดดร้อนลมฝนมาหลายฤดูพร้อมออกศึกอีกครั้ง

แสงแดดยามสายอันร้อนระอุกระทบร่างกายให้หยาบกร้านหลายชีวิตที่อยู่กลางท้องทุ่ง

 ต้นข้าวแต่ละต้นถูกตัดออกจากรวงอย่างประณีต เม็ดเหงื่อเริ่มผุดออกจากร่ายกาย

ดื่มน้ำเสียก่อนพ่อยื่นขันให้

ครับฉันวางเคียวยื่นมือไปรับขันน้ำ

พักเหนื่อยก่อนสิ แม่เอ็งเล่าให้พ่อฟังว่า เอ็งสอบเข้ามหาลัยได้พ่อยิงคำถามแรก

ครับฉันตอบอย่างหนักแน่น

พ่อดีใจกับเอ็งด้วยนะเทิดพ่อตบไหล่และมวนยาเส้นจุด

แล้วฉันจะได้เรียนต่อไหมละพ่อ

แล้วเอ็งเรียนเกี่ยวกับอะไรพ่อถามพร้อมพ่นควันสีขาว

ครุศาสตร์ครับ

มันคืออะไรวะครุศาสตร์ของเอ็งนะพ่อถามอย่างสีหน้าฉงน เป็นเพราะพ่อมีโอกาสเรียนเพียง ป.4

ครูครับพ่อ

พ่อยังไม่ตอบคำถามเลยนะครับ ฉันจะได้เรียนต่อไหมฉันยิงคำถามอีกคำรบ

เทิด พ่อมีโอกาสเรียนเพียง ป.4 พ่ออยากให้เอ็งเรียนต่อสูงๆเรื่องเรียนนะ เอ็งไม่ต้องเป็นห่วง

พ่อหมายความว่าไงครับ

เรื่องเรียนต่อแม้แต่แม่เอ็งพ่อยังไม่บอกให้รู้ ครูใหญ่เขาจะให้ทุนเอ็งเรียน

 แต่พอเรียนจบเอ็งต้องกลับมาเป็นครูให้ที่บ้านเรา แต่ถ้าเอ็งเรียนไม่จบต้องใช้หนี้เขาคืน

สองเท่าเชียวนะ เอ็งต้องตั้งใจเรียนรู้ไหมพ่อพูดด้วยสีหน้าแจ่มใส
            ขอบคุณครับพ่อ ฉันจะตั้งใจเรียนให้จบครับแววตาแห่งความหวังเริ่มเฉิดฉายขึ้น ฉันแทบจะตะโกนออกมา

เออดี พ่อก็อยากเห็นเอ็งสวมชุดข้าราชการกับเขามั่งจังพ่อพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

ฉันไม่ได้เห็นรอยยิ้มของพ่อมานานแล้ว ปีนี้พ่อดูแก่มากแต่ยังแข็งแรงเช่นเดิม

พ่อเหยียบมวนยาเส้นให้ดับ และตบไหล่

ไปเทิด เกี่ยวข้าวกันต่อฉันรีบทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด

ฉันทำตามหน้าที่อย่างขะมักเขม้น ฉันดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มเหี่ยวย่นบนใบหน้าของพ่อ

เสียงที่พ่อพูดยังดังก้องอยู่ในหู ตั้งใจเรียนนะวันนี้เป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่ฉันภูมิใจที่สุด