เฒ่าหงส์

posted on 02 Nov 2010 13:15 by regency


หลายคนในหมู่บ้านบอกว่าเฒ่าหงส์เสียสติ

                ผมก็ได้ยินเช่นนั้น เฒ่าหงส์ หรือที่ทุกคนรู้จักในนาม “หอมหัวใหญ่”

เหตุที่ชาวบ้านขนานนามแกอย่างนั้นเพราะเป็นคนหัวล้าน
ในยามที่แสงกระทบศีรษะจะเห็นความมันวาวเหมือนทาน้ำมันมะกอก

                เฒ่าหงส์เป็นตำรวจ แต่หน้าที่ของแกไม่ใช่การวิ่งจับผู้ร้าย

หรือนั่งทำงานอยู่บนสถานี เฒ่าหงส์มีหน้าที่เป็นคนรดน้ำต้นไม้ในบ้านสารวัตร
เช้ามาก็ขับรถไปรดน้ำต้นไม้ ตกเย็นก็ทำเช่นเดิม
อีกหน้าที่หนึ่งของแกก็คือเฝ้าบ้านในยามที่สารวัตรไปราชการต่างจังหวัด
ตำรวจที่มียศชั้นสัญญาบัติเหมือนกันเป็นต้องอิจฉา เฒ่าหงส์มีความดีความชอบ
กับเจ้านาย เมื่อครั้งที่สารวัตรเข้ามารับตำแหน่งใหม่
ถูกคนลอบมาสังหารเหตุเพราะไปสั่งปิดโต๊ะพนันบอลของผู้มีอิทธิพล
ครั้งนั้นเฒ่าหงส์ยืนบังวิถีกระสุนจนตัวเองถูกยิงเข้าที่หัวใหล่ซ้ายแต่
โชคดีที่ไม่ถูกจุดอันตราย

                ทุกเช้าภายหลังที่เฒ่าหงส์เสร็จจากงานที่บ้านสารวัตร

เป็นต้องแวะนั่งร้านลาบยายตุ้มเป็นประจำ เหล้าขาวป๋องเล็กก้อยเลือด
เป็นสิ่งที่เฒ่าหงส์ต้องได้ลิ้มรส เมื่อมีดีกรีเฒ่าหงส์มักพูดถึงลูกชายเสมอ

                ลูกชายเฒ่าหงส์ชื่อเอก เป็นเด็กหนุ่มที่เติบโตมาพร้อมผม

เอกเป็นคนพูดมาก เด็กหนุ่มในหมู่บ้านเรียกเขาว่า “ไอ้โม้”
เพราะเขาเคยบอกว่ารถซีของเขาสามารถเร่งความเร็วได้ถึงร้อยหกสิบ

                วันที่เกิดเหตุ ผมอยู่ในสวนกล้วยไม้กำลังเพลินกับการชม

ความงามของมัน
เฒ่าหงส์ขับรถเข้ามาในบ้านร้องตะโกนโหวกเหวก

                “ยาย ยาย ยาย” เฒ่าหงส์มักเรียกแม่ผมติดปากว่าอย่างนั้น

“ลูกผมฆ่าตัวตาย” ผมทิ้งบัวรดน้ำ ตั้งสติ
พลันนึกในใจว่าไอ้เอกจะทำแบบนั้นเพื่ออะไร

                ผมรีบขับรถบึ่งหน้าไปที่โรงพยาบาล แม่กับน้าของเอกนั่งร่ำไห้

อยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ไม่นานเฒ่าหงส์เดินตามมา เนื้อตัวเต็มไปด้วยครบเลือด
 สีหน้าเฒ่าหงส์บ่งบอกถึงความสูญสลายของสถาบันครอบครัวอย่างเด่นชัด

                “ลูกผมเป็นอย่างไรบ้างครับหมอ” เฒ่าหงส์รีบเค้นเอาคำตอบ

หลังจากที่หมอเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน

                “โอกาสรอดมี” หมอพูด แม่กับน้ายังร่ำไห้ไม่หยุด “แต่รอดแล้ว

เขาจะเป็นเจ้าชายนิทรา”

                “หากลูกชายฟื้นขึ้นมาถึงแม้ว่าจะเป็นเจ้าชายนิทราฉันก็ยินดี

” แม่เอกพูด “ฉันยังอยากให้เขามีลมหายใจ ให้ฉันเห็นหน้าเขาทุกวัน
 ได้พูดกับเขาทุกวันถึงแม้นว่าจะไม่ได้ยินสิ่งที่ฉันพูดก็ตาม”

                “แต่ถ้าเขาไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้แล้วก็ให้เขาไปเสียเถอะ

ผมไม่อยากทนเห็นลูกนอนทรมาน” เฒ่าหงส์พูดปลอบใจภรรยา

                “เอาเป็นว่าผมจะทำหน้าที่ของผมอย่างเต็มที่นะครับ” หมอพูด

               

                ผมกับเอกเรียนหนังสือมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก

เพิ่งมาแยกกันตอนที่เรียนจบมัธยมปลาย เราสนิทกันมาก
เอกฝันว่าอยากเป็นนายธนาคารเขาจึงตัดสินใจเรียนสาขาการบัญชี
เอกมักโทรศัพท์มาปรึกษาเรื่องต่างๆกับผมเสมอ ส่วนใหญ่ก็ไม่มีเรื่องเลวร้าย
 เอกไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ เป็นเด็กเรียนดีมาตั้งแต่เด็ก
มีพักหนึ่งที่เอกพูดถึงเพื่อนหญิงให้ผมฟังอย่างไม่รู้จักเบื่อ

บรรยากาศหน้าห้องฉุกเฉินยังตรึงเครียด สองชั่วโมงกว่าแล้วที่หมอยังไม่ออกมา

เฒ่าหงส์มีสีหน้าเคร่งขรึมยังไม่มีน้ำตาให้เห็นซึ่งต่างจากผู้เป็นมารดานักที่ร้องไห้
อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ผมยังไม่อยากซักถามอะไร ได้แต่เก็บงำความรู้สึกไว้เพียงลำพัง

 “เสียใจด้วยนะครับ” คงเป็นคำพูดที่ทุกคนไม่อยากให้ผ่านเข้ามาในโสตปราสาท

 หมอพูดเพียงเท่านี้แล้วเดินจากไป

เพื่อนที่เรียนหนังสืออยู่ต่างจังหวัดที่ทราบข่าวต่างรีบกลับมา

ทุกคนต่างคาดคั้นว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเอกถึงทำอย่างนั้น
ผมไม่สามารถอรรถาธิบายให้ใครฟังได้

เทศกาลออกพรรษาปีนี้ผมได้ทำบุญครั้งใหญ่ ผมตัดสินใจบวชหน้าไฟ

เสียงเพลงธรณีกรรแสงแว่วมายังโสตประสาท เสียงร่ำไห้ของผู้คนที่แสดงความอาลัย
เป็นครั้งสุดท้าย ผมเพ่งพินิจดูรูปที่อยู่หน้าโลงศพ นี่มันไม่ใช่ไอ้เอก ผมสบถในใจ ในรูปเอกทำไมช่างหล่อเหลาปานนี้ ทำไมนะถึงได้หลอกคนตาย นี่ไม่ใช่รูปของเอก รูปที่อยู่หน้าโลงศพ ไมใช่รูปของเพื่อนผม ผมตั้งสติ ผมกำลังคิดว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในโลกแห่งความฝัน

ภาพของไอ้เอกมันผุดขึ้นมาทั่วดวงหน้าของผม รูปชายหนุ่มที่มีแผลเป็นครึ่งหน้า รูปชายหนุ่มที่มีใบหน้าอุบาทว์ ไม่มีสตรีคนใหนหมายปอง มันช่างต่างกันเยี่ยงนักกับรูปภาพที่ผมเห็นอยู่หน้าโลงศพ เมื่อครั้งที่เรียนอยู่มัธยมต้น เอกเคยเกิดอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ล้มหน้าไถลไปกับพื้นถนนจนมีแผลเป็นครึ่งหน้า เฒ่าหงส์เคยพาเอกไปศัลยกรรมหมดเงินหลายแสนแต่ก็ไม่หาย

เอกคงจากไปอย่างสงบผมเชื่ออย่างนั้น

ปริศนาการฆ่าตัวตายของเอกยังไม่มีใครรับรู้ เฒ่าหงส์กลายเป็นคนเสียสติ แก้มักบ่นเพ้อพร่ำถึงลูกชาย ทุกครั้งที่แกเห็นชายหนุ่มในหมู่บ้านแกจะเรียกว่าลูก เหล้าขาวป๋องเล็กแกยกเพียงสองครั้ง พอกลับบ้านก็ตบตีเมียเยี่ยงกระสอบทราย

ที่ร้านลาบของยายตุ้มจะพบเห็นเฒ่าหงส์ ที่โต๊ะตัวเดิม ก้อยดิบ เหล้าขาวป๋องเล็ก แกจะพูดประโยคเดิมซ้ำๆ “เป็นเพราะพ่อเอง พ่อเก็บปืนไว้ไม่เป็นที่”

 

 

Comment

Comment:

Tweet