กว่าสิบปีแล้วที่บ้านในซอยหลังตลาดสดใจกลางเมืองไม่มีใครย่างกรายมาเหยียบ บ้านปูนสีขาวสองชั้น หลังคาสีน้ำตาล มีสนามหญ้าหน้าบ้าน ล้อมรอบด้วยรั้วคอนกรีตอย่างดี ตั้งแต่สามีภรรยาได้อย่าร้างกัน ลูกชายที่มีเพียงคนเดียวถูกส่งไปอยู่กับญาติฝ่ายแม่ที่กรุงเทพฯ แม่กลับไปเปิดร้านขายของชำที่บ้านเกิด พ่อถูกสั่งย้ายไปสอนโรงเรียนในชนบทห่างไกลเมืองเหตุเพราะมีสัมพันธ์สวาทกับลูกศิษย์ บ้านหลังนี้จึงอยู่ในห้วงนิทรา
ประตูบ้านถูกเปิดออก ข้าวของเครื่องใช้ถูกฝุ่นจับหนาเตอะ คงต้องใช้เวลาทำความสะอาดพอสมควรจึงเข้าพักได้ ต่อจากนี้ไปบ้านที่เคยหลับใหลอยู่จะมีคนเข้ามาพักพิงถึงสามชีวิต
ปุ้มลูกชายคนเดียวของบ้านนี้เพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยเอกชนในกรุงเทพฯ เขาเพิ่งสอบเข้าเป็นพนักงานของรัฐในตำแหน่งนายธนาคาร ป้าแววแม่บ้านจะเป็นคนคอยดูแลบ้านหลังนี้ และเจ้าศรลูกชายป้าแววเพิ่งจะเข้าเรียน ป.1 เรื่องค่าเล่าเรียนของศรปุ้มเป็นคนดูแลให้หมด
เกือบสามชั่วโมงที่ป้าแววและศรง่วนอยู่กับการปัดกวาดบ้านให้สะอาด ในขณะที่ปุ้มนั่งอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนหน้าบ้าน หลังจากที่แม่เลิกกับพ่อแล้ว แม่กลับไปเปิดร้านขายของชำได้สักพักก็แต่งงานใหม่กับฝรั่งแล้วไปอยู่ที่อิตาลี ที่นั่นแม่ทำธุรกิจซักรีดรายได้ตีเป็นเงินไทยแล้วเดือนเกือบสองแสน ส่วนสามีเป็นเจ้าของร้านอาหารรายได้เดือนละห้าแสน เมื่อครั้งที่ปุ้มเรียนมหาวิทยาลัยแม่โอนเงินเข้าบัญชีให้ทุกเดือน เดือนหนึ่งห้าหมื่น ปุ้มแทบไม่ต้องทำงานก็อยู่ได้อย่างสุขสบาย แต่เป็นคำขอร้องของพ่อที่อยากให้ปุ้มกลับมาอยู่บ้านเพราะบ้านหลังนี้พ่อไปกู้เงินธนาคารมาสร้างตั้งแต่บรรจุเป็นครูปีแรก กว่าจะให้หนี้หมดก็เกือบยี่สิบปี มันจึงเป็นสมบัติเพียงชิ้นเดียวที่พ่อมี พ่อจึงอยากให้ปุ้มกลับมาอยู่ดูแลบ้าน
ภายหลังที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ได้ร่วมเดือนปุ้มได้รับข่าวดีจากพ่อ อีกสามเดือนพ่อจะได้ย้ายกลับมาสอนที่โรงเรียนเดิมในตำแหน่งรองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการคนเก่าที่สั่งย้ายกำลังจะปลดเกษียณ ผู้อำนวยการคนใหม่เป็นเพื่อนกับพ่อ อีกไม่นานปุ้มจะได้อยู่บ้านสมบัติที่มีอยู่เพียงสิ่งเดียวกับพ่อของเขา ความอบอุ่นที่เคยหายไปคงกลับมาอีกครั้ง
การใช้ชีวิตที่ซ้ำซากจำเจ ปุ้มเริ่มเบื่อชีวิตในห้องทำงาน เบื่อชีวิตในบ้านที่มีเพียงคนใช้แก่ๆ และเด็กอีกคน ปุ้มเริ่มแสวงหาความสุขยามพลบค่ำ เขาพบปะกับเพื่อนเก่าสมัยเรียนประถมหลายคน ทำให้ชีวิตของเขากลับมาสดชื่นอีกครั้ง ปุ้มไปเที่ยวกลางคืนบ่อยครั้งและไปทำงานสาย เงินในบัญชีที่แม่โอนให้ทุกเดือนถูกเบิกออกมาใช้จ่ายอย่างง่ายดาย
ในค่ำคืนแห่งราตรีกาลปุ้มนั่งจ่อมจมอยู่กับบรั่นดีสุดหรูจากนอก ปุ้มแต่งกายภูมิฐาน สะอาด หน้าตาคมสัน ผู้หญิงกลางคืนจึงชอบมองเขาเป็นพิเศษ วันนี้เขาดื่มหนักเพราะพรุ่งนี้เป็นวันหยุด
ในคืนที่มีแสงไฟสลัว เสียงเพลงคลอเคล้า เหล้ายิ่งดื่มยิ่งได้อรรถรส สายตาปุ้มมองไปที่หญิงสาวโต๊ะตรงข้าม ใส่เสื้อสายเดี่ยวตัวน้อย นุ่งกระโปรงยีนส์ยาวไม่ถึงเข่า ใบหน้ารูปไข่ ขนตางอน ผมยาวถึงหลัง ริมฝีปากสีชมพู นั่งอยู่กับเพื่อนหญิงอีกสอง
“น้องผู้หญิงคนนั้นใคร” ปุ้มกระซิบถามบ๋อย
“ชื่อน้องยุ้ยครับ เธอมาที่นี่เกือบทุกคืน”
“ขอเบอร์โทรให้พี่ทีสิ” บ๋อยทำตามคำสั่งนั้นอย่างเคร่งครัด แต่ต้องผิดหวังเพราะเธอปฏิเสธ สายตาปุ้มยังคงจับจ้องไปที่หญิงสาวเนื้อนวลโต๊ะตรงข้าม สักพักเธอเดินมาที่โต๊ะสายตาเธอยั่วยวน ใบหน้าสีชมพูชวนให้หลงใหล
“นั่งด้วยได้ไหมค่ะ” ปุ้มนั่งนิ่งสักครู่ สายตาจับจ้องหญิงสาววัยละอ่อน
“เชิญครับ” ปุ้มตอบ
“พี่มาที่นี่บ่อยไหมค่ะ” หญิงสาวยิงคำถามแรก
“ครั้งแรกครับ ส่วนมากไปเที่ยวที่อื่น” น้ำสีอำพันทำให้ทั้งสองสนิทสนมกันมากขึ้น ทั้งคู่สนทนากันอย่างกันเอง จากที่นั่งเก้าอี้ตรงข้ามแปรเปลี่ยนมานั่งเคียงชิดใกล้
คืนนั้นเร้นกายทั้งสองเปลือยเปล่าในห้องนอนของปุ้ม เขาและเธอเล่นบทรัก กลิ่นสุคนธ์ในร่างหญิงสาวชวนให้หลงใหลยิ่งนัก แผ่นหลังขาวนวล เขาทั้งสองเป็นของกันและกันในชั่วค่ำคืน
ปุ้มไม่เพียงแต่หลงใหลในลีลาอันเร่าร้อนของเธอ ยุ้ยกลายเป็นอีกสมาชิกในบ้าน ทุกเช้าก่อนปุ้มไปทำงานเขาจะต้องไปส่งยุ้ยที่โรงเรียนทุกวัน ตกเย็นก็รับกลับบ้าน เขาทั้งสองใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ชีวิตของปุ้มเป็นสีชมพู ความรักที่มีต่อหญิงสาวอายุยังไม่บรรลุนิติภาวะเริ่มบานสะพรั่ง
ยุ้ยจากหญิงสาวบ้านนอกหาเงินกับคนเที่ยวกลางคืนมาเรียนหนังสือ ชีวิตเธอเริ่มสุขสบายขึ้น น้องที่อยู่บ้านนอกได้ใส่เสื้อราคาแพง พ่อที่ปลูกผักก็มีรถกระบะไว้ขนผักไปขาย พ่อแม่ฝ่ายหญิงรับรู้และด้วยความยากจนจึงอยากให้ลูกสาวผู้มีผิวพรรณเรือนร่างที่งดงามได้อยู่กับผู้ชายที่มีฐานะ
วันที่ปุ้มรอคอยก็มาถึง วันที่จะได้อยู่กับพ่อที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันร่วมสิบปี พ่อกลับมาที่บ้านเมื่อช่วงบ่ายนั่งคุยกันได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง พ่อต้องออกไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ แขกเรื่อที่มาในงานล้วนแต่มีฐานะ เป็นข้าราชการ โต๊ะจีนร้อยโต๊ะ เหล้าฝรั่ง อาหารจานหรู แขกที่มาในงานล้วนปลื้มปิติ และร่วมแสดงความยินดีกับตำแหน่งรองผู้อำนวยการคนใหม่
ตกเย็นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ปุ้มกดรับสายอย่างอารมณ์ดี
“พี่ปุ้มค่ะวันนี้ยุ้ยขอไปเที่ยวกับเพื่อนนะ” เสียงหวานออดอ้อนมาทางโทรศัพท์
“ไม่กลับมาทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนเหรอ”
“ไม่หรอกค่ะ วันนี้วันเกิดเพื่อน กินได้น้อยเดี๋ยวเพื่อนว่า” ยุ้ยตอบ
“อย่ากลับดึกนัก พี่เป็นห่วง”
ความรู้สึกยามพลบค่ำเริ่มหวนคืนอีกครั้ง บ้านที่มีเพียงคนใช้และลูก พ่อที่เพิ่งกลับมาก็อยู่บ้านได้ชั่วขณะ คืนนี้ข้างกายไม่มีหญิงสาวคนรักให้นอนกอดดั่งเช่นทุกคืน ในคืนที่ลมสงบ ดาวยังมีพระจันทร์อยู่เป็นเพื่อน แต่ค่ำคืนปุ้มต้องนอนกอดหมอนเพียงลำพัง
ใกล้รุ่งปุ้มตื่นขึ้นมาเช้ากว่าปรกติ ข้างกายหญิงสาวคนรักยังไม่กลับมา ดวงตะวันกำลังจะทำหน้าที่มอบไออุ่นแก่มนุษย์ ปุ้มยืนมองดูแสงสีแดงจากท้องฟ้า ไม่นานนักพ่อก็ตื่นมารับแสงแรกของวัน
“ตื่นเช้าเชียวนะ” พ่อทักทายในเช้าวันใหม่
“เมื่อคืนพ่อกลับดึกไหมครับ”
“เลิกจากงานเลี้ยงที่โรงแรมพ่อก็ไปเที่ยวต่อกับเพื่อนครูด้วยกัน กลับประมาณตีหนึ่งเห็นจะได้” กาแฟสองถ้วยและขนมถูกนำมาเสริ์ฟจากป้าแวว
“พ่อมีอะไรจะคุยกับแก”
“อะไรครับ” ปุ้มถามอย่างสีหน้าฉงน
“เมื่อคืนนี้แกหลับตอนไหน” พ่อถาม
“ไม่ทราบครับว่าหลับเมื่อไหร่” พ่อนั่งนิ่งอยู่นานพลางจิบกาแฟร้อนหอมกรุ่น
“พ่อจะแต่งงานใหม่ เสียงพ่อหนักแน่น” ปุ้มได้ยินดังนั้นถึงกับพุดอะไรไม่ออก
“อายุพ่อก็ปูนนี้แล้วนะครับ”
“ก็เพราะพ่อแก่แล้วนะสิ พ่อเลยอยากมีคนคอยดูแลเวลาพ่อปลดเกษียณ”
“แล้วพ่อจะแต่งกับใครครับ” ปุ้มถามโดยสีหน้าฉงน สักพักหญิงสาวใบหน้ารูปไข่ ขนตางอน ผมยาวถึงหลัง ริมฝีปากสีชมพู เดินลงมาจากบนบ้านด้วยชุดนอนบอบบางสีขาว
“อ้าวมาพอดี นี่ไงคนที่พ่อจะแต่งงานด้วย พ่อรู้จักเธอมาห้าปีกว่าแล้ว ตอนที่พ่อสอนหนังสืออยู่ที่บ้านนอกพ่อก็ส่งเสียให้เรียนหนังสือ เวลาที่พ่อแก่ตัวมาจะได้มีคนดูแลไงละ” เธอเดินมาและสวัสดีปุ้มอย่างนอบน้อม
ปุ้มมองหน้าเธอถึงกับพูดอะไรไม่ออก หญิงสาวอายุรุ่นลูกจะมาเป็นสมาชิกใหม่ในบ้านในฐานะ แม่ใหม่ แต่เคยเป็นเมียของเขา ต่อไปนี้บ้านหลังนี้จะได้อยู่กันพร้อมหน้าโดยมี พ่อ แม่ ลูก